เทคโนโลยี นวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ วิศวกรรม เกษตรศาสตร์ >>

ข้อมูลการเกษตร

พืชไร่

กลุ่มปอกระเจา

กรมวิชาการเกษตร

พันธุ์ที่กรมวิชาการเกษตรแนะนำและรับรองพันธุ์ มีดังนี้

พันธุ์ขอนแก่น 1

กรมวิชาการเกษตรพิจารณาให้เป็นพันธุ์รับรอง เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2538 ลักษณะดีเด่นผลผลิตเส้นใยแห้ง 375 กิโลกรัมต่อไร่ สูงกว่าพันธุ์มาตรฐาน (โนนสูง 1) ประมาณ 19 เปอร์เซ็นต์ เปอร์เซ็นต์เส้นใยเฉลี่ย 7.5 ในขณะที่พันธุ์โนนสูง1 มีเปอร์เซ็นต์เส้นใยเพียง 6.7 ตอบสนองต่อปุ๋ยเคมีสูงกว่าพันธุ์โนนสูง 1 ลอกง่ายและไม่เจ็บมือ เนื่องจากมีปุ่มปมบนแกนปอน้อยกว่าพันธุ์โนนสูง 1

ลักษณะประจำพันธุ์

  • ลำต้นสีแดงไม่มีหนาม ไม่แตกกิ่ง สูง 2-5 เมตร เจริญเติบโตรวดเร็ว
  • ใบเดี่ยว สีเขียว ขอบ ใบหยักคล้ายใบพู่ระหง ก้านใบสีแดง
  • ดอกสีเหลืองขนาดเล็ก
  • ออกดอกแรกเมื่ออายุ 117 วัน หรือปลายเดือนสิงหาคม
  • ไวต่อช่วงแสงในช่วงวันสั้น
  • เมล็ดมีสีเทาแกมเขียว น้ำหนัก 1,000 เมล็ด หนัก 1.9 กรัม
  • เก็บเกี่ยวเมื่อเส้นใยปอติดฝักอ่อน หรืออายุ130-140วัน
  • เก็บเกี่ยวเพื่อผลิต เมล็ดพันธุ์อายุ 175-180 วัน
  • ต้านทานต่อโรคลำต้นเน่าปานกลาง
  • ไม่ต้านทานต่อไส้เดือนฝอยรากปม
  • ต้านทานต่อไรขาว
  • สามารถเจริญเติบโตได้ดีในสภาพอาศัยน้ำฝนที่มีการตก กระจายค่อนข้างดี
  • ดินมีความอุดมสมบูรณ์ปานกลางถึงสูง ค่าความเป็นกรดเป็นด่างอยู่ ระหว่าง 5-7
  • ดินควรเป็นดินร่วนเหนียว

ปอกระเจาพันธุ์โนนสูง 1

ได้จากปอพันธุ์ JRO 7835 ที่นำมาจากประเทศอินเดีย นำมาคัดเลือกและทดสอบผลผลิต เมื่อ พ.ศ. 2515 รับรองพันธุ์
ปี พ.ศ.2523 โดยกรมวิชาการเกษตร

ลักษณะเด่น

- ผลผลิตสูง
- อายุสั้น
- ไม่แตกกิ่ง
- ทนต่อการหักล้มได้ดี

ผลผลิตและคุณภาพ

- ผลผลิต 352 กก./ไร่ ในไร่กสิกร
- เส้นใยสีขาวและเหนียวนุ่มละเอียด

ลักษณะประจำพันธุ์

  • ลำต้นสีเขียวไม่มีหนาม สูง 2-5 เมตร
  • เจริญเติบโตเร็ว ใบยาวรี คล้ายใบภู่ระหง
  • ดอกสีเหลืองขนาดเล็กแต่มีขนาดใหญ่กว่าปอกระเจาฝักกลม
  • ออกดอกแรก ปลายเดือนสิงหาคม อายุ 117 วัน
  • เมล็ดสีเทาน้ำเงิน เก็บเกี่ยวเพื่อเส้นใยอายุ 135-145 วัน
  • ความต้านทานโรคและแมลง
  • ต้านทานโรคต้นเน่าปานกลางไม่ต้านทานไส้เดือยฝอยรากปม
  • มีความต้านทานไรขาว

ฤดูปลูกที่เหมาะสม ปลายเมษายน-พฤษภาคม

ปอกระเจาพันธุ์ JRO 632

เป็นปอกระเจาฝักยาวมีต้นกำเนิดในประเทศอินเดีย นำเข้ามาในประเทศไทย เมื่อ พ.ศ. 2513 รับรองพันธุ์ ปี พ.ศ.2518 โดยกรมวิชาการเกษตร

ลักษณะเด่น

- ผลผลิตสูง เจริญเติบโตเร็ว
- ผลผลิต ผลผลิตเส้นใยแห้ง 332 กก./ไร่

ลักษณะประจำพันธุ์

  • ลำต้นมีสีเขียวนวล ใบสีเขียว มีขนาดใหญ่และหนา
  • ก้านใบด้านบนมีสีเขียว ด้านล่างสีขาว
  • กลีบดอกสีเหลือง
  • ฝักสีเขียวยาว เมล็ดมีสีเทาอมฟ้า
  • ความต้านทานโรคและแมลง ทนต่อเพลี้ยจักจั่นได้ดี แต่อ่อนแอต่อโรคโคนเน่า
  • ไม่ต้านทานไส้ เดือยฝอยรากปม

ฤดูปลูกที่เหมาะสม ปลายเดือนเมษายน-ต้นเดือนพฤษภาคม

ปอกระเจาพันธุ์ JRC 212

เป็นปอกระเจาฝักกลมเพียงพันธุ์เดียวที่แนะนำให้เกษตรกรปลูก รับรองพันธุ์ ไม่แน่ชัด

ลักษณะเด่น

- ทนต่อสภาพน้ำท่วมขังได้ดีกว่าปอกระเจาฝักยาว
- ผลผลิต ผลผลิตเส้นใยแห้ง 290 กก./ไร่

ลักษณะประจำพันธุ์

  • ลำต้นมีสีเขียว ก้านใบและกลีบรองดอกมีสีเขียว ดอกสีเหลืองอ่อน ฝัก
  • รูปร่างกลมสีน้ำตาลแดง เมล็ดสีน้ำตาล
  • ความต้านทานโรคและแมลง ไม่ต้านทานโรคโคนเน่าคอดินและโรคต้นเน่า
  • ไม่ทนการทำลายของหนอนคืบ

    ฤดูปลูกที่เหมาะสม ต้นเมษายน-พฤษภาคม

จัดทำโดย : ดาราวรรณ ทวีศักดิ์บวรกุล

แชร์ไปที่ไหนดี แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย